บันทึกอนุการครั้งที่ 16
วันศุกร์ ที่ 1 เมษายน 2562
เวลาเรียน  11:30 - 14:30 น.
เวลาเข้าเรียน 11:30 น. เวลาเข้าสอน  11:30น.
เวลาเลิกเรียน 14:30 น.
ว่าที่ ร.ต.กฤตธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปการ์ตูนเด็ก
วันนี้เรียนเรื่อง อาหารและโภชนาการสำหรับเด็ก
อาหารที่มีโทษเป็นพิษภัยแก่เด็ก
ปัจจุบันอาหารสำเร็จรูปสำหรับริโภคมีมากมายในตลาด ซึ่งผู้ผลิตคำนึง ถึงความสะดวกของผู้บริโภค
เป็นหลัก สามารถเก็บไว้ได้นาน ในทุกอุณหภูมิ มีรสชาติถูกปากผู้บริโภค ผู้ผลิตโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อว่าอาหารนั้นๆ ดี มีคุณค่า อร่อย ทันสมัย หากผู้บริโภคหลงเชื่อโดยมิได้ไตร่ตรองหรือขาดความรู้ด้านโภชนาการ ก็จะรับประทานอาหารนั้นจนลืมคิดไปว่าการที่จะทำให้อาหารนั้นๆ คง สภาพความอร่อย ความหอม ความมัน ความหวาน คงสีสันไว้ได้ตลอด นั้นต้องอาศัยสารเคมีช่วยในการปรุงแต่งรูป รส กลิ่น และสีให้คงเดิม วัตถุเหล่านี้เองที่เป็นอันตรายได้ 
ด็กปฐมวัยนับเป็นตลาดอันสำคัญยิ่งของผู้ผลิตเหล่านี้ เนื่องจากเด็กยังไม่ มีข้อมูลเพียงพอที่จะ
ตัดสินใจเองได้ จึงมักเชื่อตามโฆษณา และความ นิยมของเพื่อนๆ เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งยวด
ที่ผู้เลี้ยงดูเด็กจะต้อง ตระหนักถึงพิษภัยร้ายกาจของอาหารเหล่านี้ โดยต้องร่วมมือกับ พ่อแม่ 
ผู้ปกครองช่วยกันให้ความรู้แก่เด็ก และไม่จัดอาหารเหล่านี้ให้แก่เด็ก เพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่จะ
ตามมาสิ่งที่ผู้ผลิตตั้งใจใส่ในอาหารสำเร็จรูป เราเรียกว่า “วัตถุเจือปนอาหาร” เช่น กรดน้ำส้ม 
สารให้ความหวาน   ผงชูรส เป็นต้น
วัตถุหรือสารเคมีที่พบปะปนโดยที่ผู้ผลิตไม่ได้ตั้งใจใส่ในอาหาร เรียกว่า “วัตถุปนเปื้อน” เช่น 
ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง เป็นต้น
ปัญหาการขาดสารอาหารและการแก้ไขปัญหาการขาดสารอาหารในเด็ก
การขาดสารอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งจากความบกพร่องของการบริโภค อาหาร จะทำให้เกิด
อาการผิดปกติของร่างกายกลายเป็นโรคขาดสารอาหาร ยิ่งเมื่อเกิดในเด็กวัยที่กำลังเจริญเติบโต 
คือ อายุระหว่างแรกเกิดจนถึง 5 ปี ที่เป็นพื้นฐานสำคัญของอนาคตแล้ว ก็ยิ่งเป็นปัญหาที่เลวร้ายมาก
ที่สุด การ ขาดสารอาหารในวัยเด็กจะทำให้เกิดความชะงักของการเจริญเติบโตเด็กจะ แคระแกร็น
 ส่งผลกระทบต่อระบบสมอง เนื่องจากมีการค้นพบว่า สมองของ คนเราจะเจริญอย่างรวดเร็วถึง 90%
 ในช่วง 2 ปีแรกของชีวิต ต่อจากนั้นจะ เจริญต่อไปจนอายุ 5 ปีหากช่วงอายุดังกล่าวเด็กได้รับ
สารอาหารไม่ครบถ้วน นอกจากร่างกายเจริญเติบโตไม่ดีแล้ว สมองก็จะเจริญเติบโตไม่เต็มที่ด้วย
หลักการจัดอาหารที่เหมาะสมกับพัฒนาการเด็ก
หลักการจัดอาหารที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก ดังนั้นผู้เลียงดูเด็กควรคำนึงถึงการจัดอาหารให้
เหมาะสมกับสภาพและวัยของแต่ละบุคคลโดยคำนึงถึงความต้องการสารอาหาร ประโยชน์ที่จะได้รับ
จากสารอาหาร ปริมาณของอาหารที่ควรได้รับ และพิษภัยของอาหารเด็กที่ได้รับอาหารที่ดีมีคุณภาพ
 ได้รับอาหารเพียงพอมีสารอาหารคบถ้วนตามความต้องการ จะมีสุขภาพอนามัยทีสมบูรณ์ มีการเจริญ
เติบโตและมีพัฒนาการด้านต่าง ๆ เป็นปกติ แต่หากเด็กคนใดไม่ได้รับอาหารที่ดี ไม่เพียงพอ อาหาร
ไม่มีคุณภาพ จะเกิดภาวะขาดสารอาหาร สุขภาพอนามัยไม่สมบูรณ์ รูปร่างแคระแกร็น เติบโตช้า 
พัฒนาการไม่สมวัย สภาพร่างกายผิดปกติ ส่งผลให้พฤติกรรมผิดปกติไปด้วย 
ในช่วงอายุแรกเกิดถึง 5 ปี ถือเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดของการเจริญเติบโตและการมีพัฒนาการใน ทุก ๆ 
ด้านของชีวิตเพราะเป็นช่วงที่ร่างกายมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างรวดเร็ว หากเด็กได้รับการ
เลี้ยงดู ได้รับอาหารอย่างเพียงพอและถูกต้องจะเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง ในที่นี้ควรทำความเข้าใจ
ถึงความหมายของคำว่า การเจริญเติบโตและพัฒนาการว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร การเจริญเติบโต
หมายถึง การะบวนการเปลี่ยนแปลงไปสู่ภาวะที่สมบูรณ์ ทั้งด้านการเพิ่มขนาดของร่างกายทุกส่วนหรือ
เฉพาะส่วน สามารถวัดได้ เช่นน้ำหนัก ความสูง ขนาด ความหนาแน่น เป็นต้น 
อาหารสำหรับเด็กอายุ 1-3 ปี
 เป็นวัยที่ต้องการสารอาหารและพลังงานมากกว่าผู้ใหญ่ เพื่อเสริมสร้างเนื้อเยื่อ สมอง กล้ามเนื้อส่วน
ต่างๆ สร้างเสริมภูมิต้านทานโรค แต่เนื่องจากวัยนี้เริ่มจะสนใจสิ่งแวดล้อมและการเล่นมากกว่า ทำให้
ไม่ค่อยสนใจอาหาร พร้อมกับเริ่มชอบหรือไม่ชอบอาหารบางอย่าง มีการเลือกกันเฉพาะสิ่งที่ชอบ
จึงควรสร้างนิสัยการกินที่ดีในระยะ นี้ เพราะหากตามใจเด็กให้เลือกกินตามแต่ชอบ อาจทำให้เด็ก
ไม่ได้รับสารอาหารที่เหมาะสม หรือได้รับไม่ครบทั้ง 5 หมู่ ทำให้การเจริญเติบโตชะวักงัน พัฒนาการ
ทางสมองและสติปัญญาไม่ดีเท่าที่ควร อาจเจ็บป่วยบ่อย ควรให้อาหารกลัก 3 มื้อ และอาหารเสริม
เป็นนมและของว่างที่มีประโยชน์ 
อาหารสำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี
เด็กในวัยนี้จะมีระยะการเจริญเติบโตที่ช้ามากกว่าใน 2 ระยะแรก ดังนั้นจึงไม่ต้องการอาหารในการ
พัฒนาการมากนักจะให้ความสนใจอาหารน้อยลงแต่มีความสนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้ความอยาก
อาหารน้อยลง จะมีความต้องการอาหารแตกต่างกันในแต่ละมื้อ เริ่มกำหนดความชอบอาหารของ ตัวเอง
หากพ่อแม่ผู้เลี้ยงดูเด็กไม่เข้าใจ จะทำให้เกิดปัญหาการกินอาหารของเด็กวัยนี้ได้ อาหารสำหรับเด็กวัยนี้
ต้องมีความหลากหลาย โดยผู้เลี้ยงดูเด็กต้องรู้จักวิธีส่งเสริม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาความต้องการ
อาหารของเด็ก เพื่อปลูกฝังนิสัยการกินอาหารทีดีให้แก่เด็ก รวมทั้งต้องจัดอาหารให้เหมาะกับพัฒนาการ
ตามวัยและความต้องการทางร่างกายของเด็ก ชีวิตช่วงนี้ของเด็กจะอยู่กับผู้เลี้ยงดูเด็ก ซึ่งจะดูแลอาหาร
หลัก อาหารกลางวัน 1 มื้อ อาหารเสริมหรือ อาหารว่าง 2 มื้อ สิ่งที่จะต้องคำนึงถึง คือ รสชาติต้องอร่อย
ถูกปากเด็ก ทั้งต้องมีความหลากหลายและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย
สาเหตุของการเลี้ยงดูเด็กที่บกพร่องที่ผู้เลี้ยงดูเด็กควรคำนึงและหาทางแก้ไขป้องกัน มีดังนี้ 
สาเหตุ 1 การขาดความรู้ทางโภชนาการ เช่น เข้าใจผิดคิดว่าอาหารราคาแพงเป็นอาหารที่ดี หลงเชื่อ
ในคำโฆษณาอาหารนั้น ๆ มีสรรพคุณเกินจริง หรือเป็นความเชื่อเก่า ๆ ที่ยึดถือกันมา เช่น กินรังนกแล้ว
บำรุงปอด ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด การแก้ไข   ผู้เลี้ยงดูเด็กควรหาความรู้เรื่องโภชนาการอยู่เสมอจาก
สื่อต่างๆ ที่ทันสมัย เชื่อถือได้ แล้วเผยแพร่ต่อไปยังผู้ปกครองของเด็กและตัวเด็กให้มีวิจารณญาณใน
การเลือกกิน 
สาเหตุ 2 ความยากจน ฐานะทางเศรษฐกิจของพ่อแม่ไม่อำนวยในการจัดซื้ออาหารที่ดีมีคุณค่าแก่เด็ก
ได้ การแก้ไขผู้เลี้ยงดูเด็กต้องจัดเลือกอาหารที่มีราคาถูกแต่คุณภาพดีทดแทนได้ให้เด็กกิน แล้วให้
ความรู้แนะนำพ่อแม่เด็ก 
สาเหตุ 3 พฤติกรรมของพ่อแม่ผู้ปกครองที่ไม่ให้ความสนใจต่ออาหารการกินของเด็ก เช่น จัดหาของที่
ไม่มีประโยชน์ให้เด็ก ให้เด็กกินข้าวระหว่างการเดินทางหรืองดอาหารเช้า หรือปรนเปรอเด็กด้วยขนม
ของหวานไม่มีคุณค่า ทำให้เด็กได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วนเพียงพอ การแก้ไข ผู้เลี้ยงดูเด็กควรจัด
อาหารว่างช่วงเช้าที่มีคุณค่าให้แก่เด็กเพื่อเสริมหรือทดแทนอาหารมื้อเช้า แล้วให้ความรู้แก่พ่อแม่
ผู้ปกครอง เป้าหมายสำคัญอีกประการหนึ่งที่ผู้เลี้ยงดูเด็กจะต้องคำนึงถึงในการจัดอาหารให้แก่เด็ก
ในแต่ละวัน คือ การจัดอาหารให้เด็กในวัยนี้ต้องมุ่งประโยชน์ไปที่ตัวเด็ก โดยสนับสนุนให้เด็กเกิด
พัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ และสังคม ในขณะเดียวกันก็ต้องเป็นที่พอใจของเด็กและพ่อแม่
ผู้ปกครองด้วย
ประโยชน์และคุณค่าของน้ำนม
น้ำนมถือเป็นอาหารหลักที่มีความสำคัญสำหรับเด็กปฐมวัยทั้งในช่วง แรก คือ แรกเกิด-3 ขวบ และ
ช่วงอายุ  3-5 ขวบในช่วงแรกเด็กทารก แรกเกิดต้องกินน้ำนมแม่เพียงอย่างเดียวจนอายุได้ 4เดือนจึง
เริ่มให้ อาหารเสริม และเริ่มหย่านมเมื่ออายุครบ 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง แต่เด็กยัง ต้องการนมอยู่ เพื่อนำสาร
อาหารโปรตีน และแร่ธาตุ วิตามินที่มีอยู่ใน น้ำนมไปเพื่อสร้างเสริมซ่อมแซมร่างกาย ดังนั้นหลังจาก
หย่านมแม่ ไปแล้ว เด็กจึงควรได้รับน้ำนมทดแทนในรูปของน้ำนมสัตว์ต่างๆเพื่อ ให้พัฒนาการของเด็ก
ไม่สะดุดขาดตอนลง 
หลักการจัดเตรียมอาหารที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย
เด็กปฐมวัยกำลังอยู่ในวัยที่ต้องการอาหารที่เหมาะสมกับพัฒนาการ ของร่างกายที่กำลังเจริญเติบโต
เต็มที่ หมายความว่าการที่เด็กจะมี น้ำหนักและส่วนสูงเพิ่มขึ้น อย่างได้สัดส่วนกับอายุจะสามารถพัฒนา 
ร่างกายและเซลล์ในสมองของเด็กได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้มีสมรรถ- ภาพ ในการรับรู้และการเรียนรู้ได้
อย่างดี ต่างจากเด็กที่ขาดอาหาร ได้อาหารไม่เพียงพอแก่ความต้องการของร่างกาย ผู้เลี้ยงดูเด็กจึง 
ควรเน้นในเรื่องของการจัดเตรียมอาหารที่เหมาะสม สำหรับเด็ก ปฐมวัยอย่างแท้จริง และจัดให้บริการ
อาหารแก่เด็กปฐมวัยได้ถูก ต้องตามหลักโภชนาการและมีอนามัย เพื่อให้เด็กได้เติบโตอย่างมี คุณภาพ
ในลำดับต่อไป หลักในการจัดเตรียมอาหาร ผู้เลี้ยงดูเด็ก ควรคำนึง หลักการจัดเตรียมอาหารที่จะ
สามารถให้ประโยชน์แก่ เด็กได้อย่างเต็มที่ โดยใช้งบประมาณที่เหมาะสมการจัดการที่สอด คล้องกับ
สภาพพื้นที่โดยยึดหลักดังนี้ 
การจัดรายการอาหารและการจัดอาหารสำหรับเด็ก 
การจัดรายการอาหารสำหรับเด็กปฐมวัยจะเป็นการจัดอาหารสำหรับเด็กเมื่อมาอยู่ในสถาน คือ 
อาหารหลัก 1 มื้อ และอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มในตอนเช้าและบ่ายอีก 2 มื้อ รวมเป็น 3 มื้อ
 อาจแยกได้ ดังนี้ 
1. อาหารหลัก 
       เป็นอาหารที่คุณค่าทางโภชนาการในการเสริมสร้างความเจริญเติบโต มีคุณค่าทางอาหารมาก เพื่อความสะดวก ของผู้เลี้ยงดูเด็ก ควรจัดเป็นรูปแบบอาหารจานเดียวที่มีความสมบูรณ์แบบทั้งคุณค่าทางโภชนาการและเด็กสะดวกในการกินอาหารจานเดียว หมายถึง อาหารที่ปรุงสำเร็จใส่มาในจานเดียวกินได้โดยไม่ต้องมีอาหารอื่น เป็นการประหยัดเวลาและแรงงาน กำหนดคุณค่าทางอาหารได้ชัดเจน เช่น ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยวทั้งน้ำและแห้ง ผัดมักกะโรนี ผัดไทย ซึ่งต้องมีอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เนื้อสัตว์ ผัก เด็กจะกินได้สะดวก ข้อดีของอาหารหลักประเภทอาหารจานเดียว คือ ไม่ต้องเสียเวลาประกอบอาหารมาก สามารถทำได้อย่างรวดเร็วใช้เครื่องมือเครื่องใช้ร้อย สามารถเพิ่มเติมส่วนประกอบได้ง่าย แต่ผู้ปรุงต้องมีความรู้ทางโภชนาการที่จะปรับปรุงอาหารให้ดูน่ากินโดยยังคงคุณค่า 
2. อาหารว่าง 
เป็นอาหารที่มิใช่อาหารคาวหรืออาหารหวาน แต่เมื่อเด็กกินแล้วจะอิ่ม ใช้สำหรับเสริม
ให้แก่เด็กก่อนกินอาหารกลางวันเวลา 10.00 น. เพราะเด็กบางคนอาจกินอาหารเข้ามา
น้อยหรือไม่ได้กินเลย และก่อนกลับบ้านเวลา 14.00 น. เพื่อเสริมหากเด็กกินข้าวเที่ยง
น้อยหรือมิให้ท้องว่างเกินไปก่อนกินอาหารเย็น ควรเป็นอาหารที่เตรียมง่าย หาได้ใน
ท้องถิ่น เช่นชาละเปา ข้าวต้มมัด ฟักทอง นึ่ง ข้าวเกรียบปากหม้อ สาคูไส้หมู แซนวิชง่ายๆ 
หลักการจัดอาหารว่างเสริมให้แก่เด็ก จะต้องจัดอาหารที่ให้แคลอรีและโปรตีน นอกจากนี้
แล้วยังต้องให้วิตามินหรือสารอาหารที่เพิ่มเติมที่ยังขาดอยู่ให้แก่เด็กในตะวัน ทำได้ง่าย 
หาได้ในท้องถิ่น เด็กสามารถกินได้สะดวก ต้องไม่จัดอาหารด้อยคุณค่าให้แก่เด็ก เช่น
 ขนมกรุบกรอบเป็นซองที่ใส่สารชูรสมาก หรือขนมสำเร็จรูปใส่สี เช่น เยลลี่ ที่ไม่มีคุณค่า
ทางอาหารเพราะเด็กจะได้รับพิษจาอาหารเหล่านี้กินสะสมเป็นเวลานาน ๆ
3. อาหารหวาน 
เป็นอาหารที่สามารถเสริมคุณค่าของอาหารหลักได้ จะมีรสชาติหวานน้อยไปจนหวานมาก
 ผู้เลี้ยงดูเด็กไม่ควรเลือกอาหารที่ให้ความหวานแต่เพียงอย่างเดียว ควรเลือกขนมหวาน
ที่มีคุณค่าทางโภชนาการด้วย เช่น ของหวานระหว่างขนมวุ้นใส่น้ำเชื่อมกับขนมถั่วแดง
น้ำเชื่อม ควรเลือกถั่วแดงที่จะให้คุณค่ามากกว่า โดยอาจใส่สีแดงหรือนมสดในถั่วแดง
เป็นถั่วแดงเย็น เพื่อเปลี่ยนรสชาติของเด็ก 
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น