บันทึกอนุการครั้งที่ 5
วันศุกร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์
2562
เวลาเรียน 11:30 - 14:30 น.
เวลาเข้าเรียน 11:30 น. เวลาเข้าสอน 11:30น.
เวลาเลิกเรียน 14:30 น.
ว่าที่ ร.ต.กฤตธ์ตฤณน์
ตุ๊หมาด
เหมือนกับว่า อาทิตย์นี้อาจารย์ให้นำเสนองานกลุ่ม
กลุ่มพวกหนูได้เรื่อง ทฤษฎีเกี่ยวกับร่างกาย
ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund
Freud)
ได้กล่าวถึงพลังงานพื้นฐานทางจิตที่เรียกว่า Libido ซึ่งเกิดมาพร้อมกับมนุษย์
พลังงานเหล่านี้เป็นแหล่งของแรงขับทางเพศของบุคคลทั้งหมด
โดยเน้นว่าชีวิตเพศของมนุษย์มิได้เริ่มเมื่อวัยหนุ่มสาว
หากแต่เริ่มมาตั้งแต่เด็กและจะค่อยๆ พัฒนาเปลี่ยนรูปแบบเป็นลำดับขั้นขึ้นไป
แต่ถ้าการเปลี่ยนแปลงไม่เป็นไปตามขั้นจะมีการชะงัก หรือการถอยกลับ ทำให้มีผลสะท้อนไปถึงบุคลิกภาพตอนโต
ฟรอยด์ได้แบ่งขั้นพัฒนาการทางเพศไว้ 5 ขั้นตอน
คือ
1.
ขั้นปาก
(แรกเกิด
- 18 เดือน) ลิบิโดไปกระตุ้นบริเวณปาก การดูดจึงเป็นการลดภาวะเครียดของเด็ก
แต่เด็กบางคนอาจเกิดภาวะติดค้างได้ ซึ่งอาจเนื่องจากการหย่านมด้วยวิธีการรุนแรง
การมีน้องเร็ว การที่มารดามีภารกิจมาก เป็นต้น
เมื่อบุคคลนี้เติบโตขึ้นก็อาจมีพฤติกรรมชอบกินเหล้า สูบบุหรี่ กินจุกจิก
จู้จี้ขี้บ่น เป็นต้น
2.
ขั้นทวารหนัก
(อายุ
1 ปี 6 เดือน - 3 ปี 6 เดือน) ลิบิโดไปกระตุ้นที่ทวารหนัก การกัก
และการปล่อยอุจจาระจึงเป็นการลดภาวะเครียดของเด็ก
แต่ถ้าผู้ใหญ่ที่เลี้ยงดูใช้วิธีการเข้มงวดในการฝึกวินัยในการขับถ่าย
เด็กจะเกิดภาวะติดค้าง เมื่อโตขึ้นอาจมีนิสัยเผด็จการหรือไม่มีความพอดีในเรื่องความสะอาดและการใช้จ่าย
3.
ขั้นอวัยวะเพศ
(อายุ
3 ปี 6 เดือน - 6 ปี) ลิบิโดไปกระตุ้นบริเวณอวัยวะเพศ
ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากเด็กเริ่มสนใจความแตกต่างระหว่างเพศ
จึงทำให้ชอบจับต้องอวัยวะเพศเล่น เป็นการลดภาวะเครียด
แต่ผู้ใหญ่มักใช้ค่านิยมของตนไปตัดสินพฤติกรรมของเด็กว่าไม่เหมาะสม
ซึ่งเป็นการขัดขวางการลดภาวะเครียดของเด็ก ทำให้เด็กเกิดภาวะติดค้าง
เมื่อโตขึ้นเด็กก็อาจจะชอบแสดงออกในเรื่องเพศ ชอบพูดจาสองแง่สองง่าม
หรือให้ความสนใจต่อเรื่องเพศมากเป็นพิเศษ
4.
ขั้นพัก
หรือขั้นแฝง (อายุ 6 - 12 ปี) ขั้นนี้ถือได้ว่าเป็นการพัก
แต่มิใช่ว่าไม่มีการกระตุ้นของลิบิโดแต่พฤติกรรมทางเพศเป็นไปอย่างสะเปะสะปะไม่อยู่ที่บริเวณใดบริเวณหนึ่งโดยเฉพาะจึงไม่มีภาวะติดค้าง
5.
ขั้นเพศ(อายุ
12 - 20 ปี) เป็นช่วงวัยรุ่น
ลิบิโดจะไปกระตุ้นบริเวณอวัยวะเพศ และเป็นไปอย่างมี “วุฒิภาวะทางเพศ” กล่าวคือ
พร้อมต่อการสืบพันธุ์ การลดภาวะเครียดจึงเป็นการบำบัดความใคร่ด้วยตนเอง
ทั้งนี้เนื่องจากสภาพทางสังคมยังไม่เอื้อต่อการให้บุคคลในวัยนี้มีคู่ครองทั้งๆ
ที่มีความต้องการทางการสืบพันธุ์สูงมาก
อาร์โนลด์ กีเซล (Arnold
Gesell)
ได้สร้างเกณฑ์มาตรฐานสำหรับวัดพฤติกรรมของเด็กในแต่ละระดับ
เน้นความแตกต่างระหว่างบุคคลโดยใช้วิธีการสังเกตพฤติกรรม
ซึ่งเขาได้แบ่งพัฒนาการของเด็กที่ต้องการวัดและประเมินออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่
2. พฤติกรรมทางการปรับตัว ครอบคลุมความสัมพันธ์ของการใช้มือและสายตา การสำรวจ ค้นหา การกระทำต่อวัตถุ การแก้ปัญหาในการทำงาน
3. พฤติกรรมทางการใช้ภาษา ครอบคลุมการที่เด็กใช้ภาษา การฟัง การพูดการอ่านและการเขียน
4. พฤติกรรมส่วนตัวและสังคมควบคุมการฝึกปฏิบัติส่วนตัวเช่นการกินอาหารการขับถ่าย
ก็ได้แบ่งกันอ่านคนละหัวข้อ2หัวข้อ พยายามแบ่งกันจำแล้ว แต่ถ้าอันไหนไม่เเม่นก็จะอ่าน
ตามพาเวอร์พ้อยเอา
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น